แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การตลาด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การตลาด แสดงบทความทั้งหมด

อยากรู้ไหมครับว่า ทำธุรกิจอะไรกำไรได้ถึง 130 เท่า ??

18 พ.ค. 2557
เมื่อ 27 พ.ย.2556

มีหลายท่าน คงอยากจะทราบว่า  มีธุรกิจอะไรบ้างไหมที่สามารถทำกำไรได้มาก  ยิ่งทำกำไรได้หลายเท่าตัวก็ยิ่งดีมากๆ   เป็นที่ปรารถนากันทั้งนั้น  สำหรับผู้ประสงค์จะลงทุนน้อยๆ แต่ให้รวยไวๆ

สมมติว่า  วันนี้เรามีเงินเริ่มทำธุรกิจเพียงแค่ 150 บาท หรือประมาณ 5 เหรียญสหรัฐ  เราจะทำอย่างไร  จึงจะให้เกิดกำไรสูงๆ  เท่าที่จะทำได้

ศาสตราจารย์ Tina Seelig  อาจารย์สอนวิชานวัตกรรมสร้างสรรค์มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด แคลิฟอร์เนีย  ได้ให้โจทย์ทางธุรกิจกับนักศึกษาว่า

สมมติคุณมีเงินเริ่มธุรกิจได้แค่ 5 เหรียญ  คุณจะทำยังไงให้ได้กำไรกลับมาสูงสุด ให้โจทย์นี้กับนักศึกษาที่ถูกแบ่งเป็น 4 ทีม และให้เวลาเพียงแค่1 สัปดาห์ ไปคิดหาวิธีมา และให้เวลา 2 ชั่วโมงสำหรับภาคปฏิบัติในการทำเงินให้ได้กำไรกลับมาสูงสุด แล้วให้มารายงานหน้าชั้นเรียนเป็นเวลา 3 นาที

ถ้าเป็นคุณผู้อ่านเจอโจทย์แบบนี้  จะคิดหาไอเดียอย่างไรดี

เราลองมาดูไอเดียที่นักศึกษามหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดแต่ละทีมได้เลือกทำกันจากเงิน 5 เหรียญนี้

 กลุ่มที่หนึ่ง เอาเงินไปซื้อมะนาว น้ำตาล และมาทำน้ำมะนาวขายหน้ามหาวิทยาลัย     อืม…ก็เข้าท่า

กลุ่มที่สอง ไปรับจ้างเติมลมยางรถจักรยานหน้ามหาวิทยาลัยคิดเงินคันละ 1 เหรียญ  จนกระทั่งพวกเขาค้นพบว่า ถ้าขอเป็นเงินบริจาคจะได้เยอะกว่า เลยเปลี่ยนเป็นเงินบริจาคแทน อันนี้ออกแนวการกุศล

กลุ่มที่สาม ได้เงินมากกว่าทั้งสองกลุ่ม และมีคิดสร้างสรรค์ได้ ค่อนข้างดี คือ พวกเขาตัดสินใจเลือกทำงานในคืนวันศุกร์ และให้เพื่อนผู้ชายขับรถพาสาว ๆ ไปทิ้งไว้หน้าร้านอาหารที่คนแน่น แล้วให้ไปจองคิวตามร้านอร่อยที่ลูกค้าต้องยืนรอกันเกือบชั่วโมง พอได้คิวแล้วก็เอาคิวไปขายให้ลูกค้าคนอื่นที่เพิ่งมา คิดเงินคิวละ 20 เหรียญ ได้ลัดคิวกันไปเลยไม่ต้องยืนรอ กลุ่มนี้หาเงินได้หลายร้อยเหรียญในเวลา 2 ชั่วโมง เพราะใคร ๆ ก็อยากมาแล้วได้ทานอาหารเลย

กลุ่มที่สี่ กลุ่มที่ชนะเลิศในครั้งนี้ สามารถหาเงินได้ถึง  650เหรียญ เป็นกำไรถึง 130 เท่าตัว และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ พวกเขาไม่ได้ใช้เงิน 5 เหรียญนั้นเลย เขาทำได้อย่างไรกัน

หลังจากที่พวกเขาประชุมกันนาน ทุกคนในกลุ่มโหวตว่า พวกเขาจะขายเวลา นักศึกษากลุ่มนี้เฉลยว่า บางคนบอกไปซื้อล็อตเตอรี่ดีกว่า ไปลาสเวกัส และอื่น ๆ

แต่ในที่สุดทุกคนสรุปว่า ต้นทุนที่ดีที่สุดที่พวกเขามีไม่ใช่เงิน 5 เหรียญ แต่เป็นเวลา 3 นาทีต่างหาก สำหรับการนำเสนอแผนธุรกิจหน้าห้องเรียนที่เต็มไปด้วยนักศึกษามหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด จำนวนเป็นร้อย ๆ คน ที่ต้องการนั่งฟังรายงานโดยไม่ลุกไปไหน

นักศึกษากลุ่มนี้จึงหาบริษัทที่ต้องการขายสินค้า แล้วก็ได้ขายเวลา 3 นาทีที่ตัวเองต้องพรีเซ็นต์ ให้กับบริษัทที่ต้องการเวลา3 นาที โฆษณาผลิตภัณฑ์ของตัวเองแทน (ไม่ต้องเหนื่อนกันเลยทีเดียว)

พอถึงวันที่ต้องรายงาน นักศึกษากลุ่มนี้ก็ไม่ต้องทำอะไร นอกจากฟังเพื่อนพรีเซ็นต์และพอถึงเวลาของตัวเอง ก็ให้บริษัทที่ตกลงกันไว้มาพรีเซ็นต์สินค้า เสร็จแล้วทางบริษัทได้จ่ายเงิน 650 เหรียญสำหรับเวลา 3 นาทีที่มีค่าให้กับทีมนักศึกษาที่ขายเวลาให้ เรียกได้ว่าไอเดียดีจริง ๆ ครับ

อาจารย์ปลื้มใจที่ลูกศิษย์คิดได้นอกกรอบอย่างเหลือเชื่อ !!

เห็นไหมครับว่า  ไอเดียดีๆ  สามารถทำเงินให้ได้มากมายโดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนเลย  ก็เป็นไปได้ อย่างไม่น่าเชื่อ

คุณล่ะ !!  ลองคิดไอเดียดีๆ  แบบนี้  ดูบ้าง   อาจทำเงินให้คุณได้มากมายก็เป็นได้  โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนเลย หรือใช้เงินลงทุนน้อยมาก
Read more ...

"เสี่ยบุรีรัมย์" นำเงิน 50 บาทเดินแลก 40 บาททั่วเมือง

18 พ.ค. 2557
โดยสำนักข่าวไทย เมื่อ 18 พ.ค.2557

 กลายเป็นกระแสฮือฮาอีกครั้ง หลังจาก

นายเสริมเกียรติ กัลป์เจริญศรี อายุ 64 ปี เศรษฐีเจ้าของธุรกิจหอพักและสินเชื่อที่ จ.บุรีรัมย์ 

ที่เคยติดประกาศรับสมัครลูกเขยจนเป็นข่าวดัง คราวนี้นำธนบัตรฉบับละ 50 บาทที่เย็บติดกับถุงพลาสติกที่มีรูปถ่ายของตัวเอง พร้อมข้อความว่า “เบอร์ 4 ขอทดแทนบุญคุณ ขอเป็นฝ่ายค้าน” และหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ เดินแลกกับเงิน 40 บาท สถานที่ต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ จนสร้างประหลาดใจให้กับประชาชน และผู้ที่พบเห็น เพราะไม่เคยพบเจอใครที่จะนำเงินจำนวนมากกว่ามาแลกกับเงินที่น้อยกว่า

อีกทั้งบางคนไม่แน่ใจว่าเป็นธนบัตรจริงหรือไม่ แต่เมื่อทราบว่าเป็นธนบัตรจริง ต่างพากันนำเงินมาแลกกันอย่างคึกคัก

นายเสริมเกียรติ กล่าวถึงสาเหตุที่นำเงิน 50 บาทมาเดินแลกกับเงิน 40 บาท เพราะมีเงินเพียงพอแล้ว จึงอยากจะแบ่งปันให้กับคนยากจน หรือผู้ที่มีรายได้น้อยกว่าบ้าง เพราะเคยผ่านความยากลำบากมาก่อน ทั้งต้องการให้คนได้เห็นคุณค่าของการใช้จ่ายเงินด้วย

นายเสริมเกียรติ กล่าวเปรียบเทียบว่า หากมีเงิน 200,000 บาท ไปเที่ยวต่างประเทศได้แค่ 2 คน  แต่หากนำมาให้คนยากจนคนละ 10 บาท จะได้มากถึง 20,000 คน และยังเปรียบเทียบถึงการซื้อสิ่งของว่าหากเลือกซื้อราคาแพงก็จะได้เพียงไม่กี่ชิ้น แต่หากซื้อราคาถูกก็จะได้เป็นจำนวนมาก และยังนำมาแบ่งปันให้คนอื่นได้อีก พร้อมกล่าวอีกว่าคนเราแม้จะมีทรัพย์สมบัติมากมายขนาดไหน แต่ตายไปก็เอาไปด้วยไม่ได้ แต่สำหรับตนเองแล้วคือการแบ่งปัน และก็จะเดินแลกไปเรื่อยๆ เพราะถือเป็นการเดินออกกำลังกายต่ออายุไปในตัวด้วย
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget