แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อินเตอร์เน็ต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อินเตอร์เน็ต แสดงบทความทั้งหมด

หางานให้คนชรา

13 พ.ค. 2557
โดย https://www.facebook.com/whynotsocialenterprise?fref=ts เมื่อ 12 พ.ค.2557

ที่บราซิล เด็กบางคนอยากฝึกภาษาอังกฤษ
ที่อเมริกา ปู่ย่าตายายในบ้านพักคนชราอยากคุยกับใครซักคน
ไอเดียดีๆ จากโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ ใน บราซิล

ดูแล้วอดยิ้มตามไม่ไหว
http://www.youtube.com/watch?v=-S-5EfwpFOk
Read more ...

แฟนเพจ เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนในประเทศคู่ขัดแย้ง อิสราเอล- อิหร่าน

7 เม.ย. 2555
โดยวอยซ์ทีวี เมื่อ 26 มี.ค.2555

ชาวอิสราเอลตั้งกลุ่มในเฟซบุ๊ก เป็นกระบอกเสียงส่งไปถึง ชาวอิหร่านและผู้นำประเทศ ว่าพวกเขาไม่ต้องการจะทำสงครามกับอิหร่าน ซึ่งแฟนเพจนี้ ได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชนทั่วโลก

เริ่มต้นจากการที่นักออกแบบภาพกราฟฟิกชาวอิสราเอล 2 คน ต้องการเพียงแค่จะสร้างพื้นที่ เพื่อเป็นกระบอกเสียงส่งความเห็นเกี่ยวกับการต่อต้านสงคราม พวกเขาจึงสร้างกลุ่มในเฟซบุ๊ก ที่ชื่อว่า

 'Israel-Loves-Iran' หรือ อิสราเอลรักอิหร่าน

ขึ้น

รอนนี เอ็ดรี และมิชาล์ ทาเมียร์ ผู้ก่อตั้งกลุ่มแฟนเพจ 'Israel-Loves-Iran' 

เริ่มเห็นว่ากลุ่มเฟซบุ๊ก ที่พวกเขาสร้างขึ้นเป็นช่องทางการสื่อสารใหม่ระหว่างประชาชนที่อาศัยอยู่ในตะวันออกกลาง ที่มีโอกาสกลายเป็นสมรภูมิรบ เมื่อมีผู้เล่นเฟซบุ๊ค เข้ามากดไลค์แฟนเพจ กว่าแสนคน หลังจากนั้นก็มีการตั้งกลุ่มต่อต้านสงครามคล้ายๆกันกระจายทั่วโลก

เอ็ดรี กล่าวว่าในฐานะที่เป็นชาวอิสราเอล พวกเขาเกิดมาด้วยความพร้อม สำหรับประเทศของเขาแล้ว เขาพร้อมที่จะออกรบทุกเมื่อหากเกิดสงคราม อิสราเอลมีความพร้อมด้านการรบ แต่สำหรับครั้งนี้ พวกเขาต้องการจะส่งข้อความใหม่ออกไปว่า แม้ว่าพวกเขาจะพร้อมสำหรับการปกป้องประเทศ

แต่พวกเขาก็ไม่ต้องการจะทำสงคราม ซึ่งเขาหวังว่ารูปภาพและข้อความต่างๆ ที่ชาวอิสราเอลช่วยกันโพสต์ในเฟซบุ๊ก อาจจะช่วยเปลี่ยนแปลงบางอย่าง และป้องกันไม่ให้เกิดการปะทะได้

ในแฟนเพจ 'Israel-Loves-Iran' เต็มไปด้วยรูปภาพของชาวอิสราเอล ที่ถือป้ายหลากหลายแบบ ส่งสารที่ได้ใจความว่า ชาวอิหร่าน เรารักพวกคุณ และเราจะไม่มีวันทำสงครามกับคุณ ซึ่งผู้ก่อตั้งเพจในเฟซบุ๊ค ระบุว่าเขารู้สึกประหลาดใจอย่างมากเมื่อเห็นชาวอิหร่านที่อาศัยอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก ตอบรับอย่างกว้างขวาง

เพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมง หลังจากที่เขาโพสต์ข้อความลงไป ก็มีชาวอิหร่านมากดไลค์ และโพสต์ข้อความตอบรับจำนวนมาก อาทิ ใช่ พวกเรารู้แล้ว เราก็รักพวกคุณเช่นกัน โดยหลังจากที่แฟนเพจดังกล่าวได้รับผลตอบรับอย่างดี ประเทศเยอรมนีและโปแลนด์ ซึ่งมีความขัดแย้ง ก็เปิดแฟนเพจลักษณะนี้ขึ้นมาเช่นกัน

ซึ่งชาวอิสราเอลและชาวอิหร่านหวังว่าข้อความเหล่านี้ จะส่งผ่านไปถึงบุคคลในรัฐบาล ให้ผู้นำของพวกเขา เข้าใจถึงความต้องการของประชาชน ที่ไม่อยากให้มีสงครามเกิดขึ้น

ความคิดเห็นของคนในโลกออนไลน์ ก็สอดคล้องผลสำรวจความคิดเห็นที่ระบุว่า ชาวอิสราเอล 3 ใน 4 จะคัดค้านการใช้กำลังโจมตีอิหร่าน หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ต่อกรณีความขัดแย้งด้านโครงการนิวเคลียร์ กระแสต่อต้านสงครามนี้ ทำให้ชาวอิสราเอลหลายร้อยคนร่วมตัวกันที่ใจกลางกรุงเทล อาวีฟ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เรียกร้องให้ผู้นำของพวกเขา อย่าเปิดฉากทำสงครามกับอิหร่าน
Read more ...

Wikileaks.org เวบไซต์เปิดเผยความลับที่ไม่ถูกต้องในสังคมโลกแห่งนี้

27 ก.ค. 2553
โดย กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ เมื่อ 4 ก.ค.2551

ถ้าคุณมีความลับอยากจะบอก แต่ไม่รู้จะไปบอกใครดี ที่นี่เป็นที่สำหรับคุณ!!!

 นี่ไม่ใช่เว็บไซต์ธรรมดาๆ ทั่วไป ทั้งในแง่รูปแบบและเนื้อหา โดยรูปแบบของเว็บเป็นการนำระบบของ Wikipedia หรือสารานุกรมออนไลน์ชื่อดังมาใช้ ทำให้ใครก็ตามสามารถเข้าไปแก้ไขบทความหรือเนื้อหาได้ตลอดเวลา

ส่วนความไม่ธรรมดาในแง่ของเนื้อหานั้นก็คือ ที่นี่เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลความลับต่างๆ ปัญหาความไม่ชอบธรรม เรื่องราวการคอร์รัปชั่น หรือเรื่องที่สาธารณชนควรรับรู้ โดยอาจเป็นข้อมูลของรัฐบาล ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ความลับทางการทหาร ไม่เว้นแม้กระทั่งความลับขององค์กรทางศาสนา

เว็บไซต์ที่ว่านี้มีชื่อว่า Wikileaks.org ซึ่งเปิดตัวมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2007 หรือเป็นเวลา 18 เดือนแล้วที่สมาชิกใน Wikileaks ได้เข้ามาเผยแพร่บทความเปิดโปงความลับและเรื่องอื้อฉาวต่างๆ จนเป็นที่กล่าวขวัญกันไปทั่วโลก ขณะเดียวกันก็ถูกเพ่งเล็งจากรัฐบาลในหลายประเทศแล้วเช่นกัน เพราะเว็บไซต์นี้เปิดรับข้อมูลจากทั่วโลก โดยเน้นประเทศในเอเชีย ละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง แอฟริกา และกลุ่มประเทศที่เคยเป็นอดีตสหภาพโซเวียต

เรื่องแรกที่นำมาเปิดโปงตั้งแต่ก่อนเปิดตัวเว็บไซต์อย่างเป็นทางการก็คือ การปล้นชาติในประเทศเคนยา ด้วยอำนาจการบริหารของอดีตประธานาธิบดี Daniel Arap Moi ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็ได้สร้างความวุ่นวายในระหว่างการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่กำลังจะเกิดขึ้นพอสมควร

ถัดมาเป็นการเปิดโปงปฏิบัติการควบคุมตัวนักโทษในคุกของสหรัฐอเมริกาที่อ่าวกวนตานาโม โดย Wikileaks ระบุว่าสหรัฐมีนโยบายซ่อนตัวนักโทษบางคน จากการช่วยเหลือขององค์การกาชาดสากล รวมทั้งยังมีการใช้สุนัขในการข่มขู่นักโทษอีกด้วย

บทความต่างๆ เหล่านี้สร้างความไม่พอใจแก่กระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมาก เพราะถือเป็นการนำความลับสุดยอดทางทหารมาเปิดเผย ขณะที่ Julian Assange หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Wikileaks บอกว่านี่เป็นเรื่องที่ทุกคนมีสิทธิ์รับรู้ถึงความไม่ชอบธรรมที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่เกิดในประเทศของตัวเอง นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลความลับและความไม่ชอบธรรมในประเทศต่างๆ อีกนับร้อยประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย

Julian เป็นชาวออสเตรเลียโดยกำเนิด แต่ขณะนี้อาศัยอยู่ในแอฟริกา นอกจากเขาจะเป็นผู้ก่อตั้ง Wikileaks แล้ว Julian ยังเป็นนักเขียนและแฮคเกอร์อีกด้วย ซึ่งเหตุนี้เองที่อาจจะทำให้เว็บไซต์แห่งนี้อยู่รอดปลอดภัยจากการปิดกั้นเสรีภาพในการเผยแพร่ข้อมูลมาจนถึงทุกวันนี้

เจ้าของชื่อ Wikileaks ที่แท้จริงนั้นอาศัยอยู่ในเคนยา แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้เรื่องเว็บไซต์แห่งนี้มากนัก ส่วนเซิร์ฟเวอร์ก็ดูเหมือนจะตั้งอยู่ในประเทศสวีเดน แต่จริงๆ ยังมีเซิร์ฟเวอร์สำรอง (mirror) ตั้งอยู่มากมายทั่วโลก แม้กระทั่ง Ben Laurie ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบความปลอดภัยของ Wikileaks และยังเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาของเว็บ ก็ยังไม่รู้ว่าเซิร์ฟเวอร์ที่แท้จริงตั้งอยู่ที่ไหนกันแน่ และใครเป็นผู้ดูแลเว็บนอกเหนือจากผู้ก่อตั้งอย่าง Julian

นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่สมาชิกทั่วโลกต่างยอมรับในการรักษาความลับได้เป็นอย่างดีของ Wikileaks จึงนำเรื่องราวต่างๆ มาเผยแพร่กันอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ทีมงานพบว่าหลายครั้งมีบทความที่ไม่น่าเชื่อถือปะปนอยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่ง Julian ก็กำลังพิจารณาว่าจะเลิกใช้ระบบ Wiki ดีหรือไม่ และจะเปลี่ยนมาเผยแพร่บทความก็ต่อเมื่อเรื่องที่สมาชิกส่งเข้ามาได้รับการพิสูจน์ความจริงแล้วเท่านั้น

“เวลานี้เป็นยุคของนักสื่อสารมวลชนและนักเคลื่อนไหวต่างๆ ที่จะได้เผยแพร่ข้อมูลได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลใดๆ หรือไม่ต้องเซ็นเซอร์ตัวเองอีกต่อไป คุณลองนึกถึงโลกที่รัฐบาลหรือบริษัทคอยดูแลประชาชนและพนักงานบริษัทให้อยู่กันอย่างมีความสุขสิ นั่นคือโลกที่เรากำลังสร้างให้มันเป็นจริงขึ้นมา”

แม้วันนี้ Julian จะวาดฝันไว้อย่างสวยหรู แต่ยังไม่มีใครรับประกันได้ว่า Wikileaks จะอยู่รอดปลอดภัยไปได้นานเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นเว็บไซต์ที่มีแนวคิดและอุดมการณ์อันสร้างสรรค์และน่ายกย่องไม่น้อย ในสภาวะมีความไม่ชอบธรรมและทุจริตเกิดขึ้นไปทั่วทุกหัวระแหง
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget