โดย กานดา นาคน้อย เมื่อ พ.ย.2557
ลาลูแบร์ ทูตฝรั่งเศสยุคพระนารายณ์บันทึกไว้ว่า
1. ชาวสยามพูดปดเก่ง" "มิตรภาพของชาวสยามไว้ใจไม่ได้" และ "ชาวสยามจะไม่ปฏิเสธการลักขโมยเลยเมื่อมีโอกาส"
2. บันทึกความดีของขุนนางสยามไว้ว่า "เมื่อครั้งพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทรงจัดให้คณะทูตสยามเดินทางไปมณฑลฟรานเดอร์ ขุนนางสยามผู้หนึ่ง ได้ฉกฉวยเอาเบี้ยในบ้านคณะทูตที่ได้รับเชิญไปในงานเลี้ยงอาหารค่ำไปประมาณ 20 อัน"
3. "การจำแนกราษฎรกับพระภิกษุสงฆ์เป็นแต่เพียงผิวเผิน เพราะจะบวชหรือจะสึกเมื่อใดก็ได้ "
4. "คนสยามได้ชื่อว่ามีเมตตาต่อสัตว์มาก ถึงขนาดลงมือช่วยเมื่อพบมันเจ็บป่วย แต่ยากนักที่จะให้เอื้อเฟื้อจุนเจือแก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน "
5. "คนสยามนั้นยอมขายความเป็นไทของตนเพื่อบริโภคทุเรียนก็ยังได้"
6. "เจ้าเมืองทั้งหลายดำเนินการค้าทุกหนแห่ง แต่ทำในนามทนายหน้าหอของตน"
7. "พระนักเทศน์นั้น ถ้าได้เทศน์บ่อยๆ ก็กลายเป็นคนร่ำรวยไปได้"
8. "ชาวสยามมีความยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณีเท่าๆกับความเกียจคร้าน" "ชาวสยามมีความอดกลั้นมากกว่าเราเพราะเกียจคร้านกว่า เขาจะยอมเคลื่อนไหวลงมือทำการงานก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นจริงๆ"
9. "ชาวสยามเป็นผู้มีนิสัยอ่อนโยน มีสัมมาคารวะ ใจเย็น แต่เมื่อความโกรธลุกโพลงขึ้นมาแล้วดูเหมือนจะมีความยับยั้งชั่งใจน้อยกว่าพวกเรา และแนวโน้มในการกล่าวเท็จจะทวีขึ้นในกมลสันดาน"
10. "ชาวสยามมีความพยาบาทรุนแรง ปกติชาวสยามรังเกียจการเลือดตกยางออก แต่เมื่อเกลียดชังใครอย่างหมายเอาชีวิตแล้วก็จะฆ่าหรือวางยาพิษให้ตาย"
11. "ขุนนางสยามหวงลูกสาวเท่ากับหวงภรรยา ถ้าลูกสาวคนใดทำชั่ว ผู้เป็นพ่อก็จะขายลูกสาวให้แก่ชายผู้หนึ่งซึ่งมีความชอบธรรมที่จะเกณฑ์ให้ผู้หญิงที่ตนซื้อมาเป็นหญิงแพศยาหาเงินได้โดยชายผู้นั้นต้องเสียภาษี กล่าวกันว่าชายผู้นี้มีหญิงโสเภณีอยู่ในปกครองถึง 600 คน ล้วนเป็นลูกขุนนาง"
12. "คนพื้นเมืองชาวสยามนั้นฉิบหายป่นปี้แล้วด้วยภาษีอากร และการเข้าเดือนรับราชการ จึงไม่สามารถที่จะทำการค้าที่ใหญ่โตได้"
13. "สติปัญญาอันฉับไวของชาวสยาม น่าจะเหมาะมากในการเรียนวิชาคำนวณยิ่งกว่าศาสตร์ชนิดอื่นๆ ถ้าเขาไม่เบื่อเร็วนัก" "ชาวสยามไม่มีความรู้ในวิชาเรขาคณิตเลย และไม่รู้ในวิชากลศาสตร์ วิชาดาราศาสตร์ก็ใช้ในเชิงพยากรณ์ได้เท่านั้น"
14. "ชาวสยามเป็นโรคหลายชนิดที่อาการแปลก เชื่อกันว่าเนื่องจากถูกเวทย์มนตร์คุณไสย" และ"ชาวสยามเชื่อว่ายังมีศาสตร์แห่งการพยากรณ์ เชื่อว่าอาถรรพเวทย์เสกเป่าให้คนไข้หายจากโรคภัยไข้เจ็บได้"
15. "ชาวสยามรักการเล่นการพนันมากจนฉิบหายขายตนหรือไม่ก็ขายบุตรธิดาของตน"
16. การใช้ชีวิตตามปกติของชาวสยาม ชายชาวสยามรักลูกเมียมาก ในระหว่างที่พวกผู้ชายถูกเกณฑ์ไปเข้าเวรยาม มีกำหนดหกเดือนนั้นในทุกปีนั้น เป็นภาระของภรรยา มารดา และธิดา เป็นผู้
หาอาหารไปส่งให้ และเมื่อพ้นเกณฑ์แล้วกลับมาอยู่บ้าน ผู้ชายส่วนมากก็ไม่ทำงานอะไรเป็นล่ำเป็นสัน ชีวิตตามปกติของชาวสยามเป็นไปด้วยความเกียจคร้าน ไม่เที่ยวล่าสัตว์ ได้แต่นั่งเอนหลัง กิน เล่น สูบบุหรี่ แล้วก็นอนไปวัน ๆ ภรรยาจะปลุกให้เขาตื่นประมาณเจ็ดโมงเช้า เอาอาหารมาให้กิน เสร็จแล้วก็นอนใหม่ พอเที่ยงก็ลุกมากินอีก แล้วเอนหลังใหม่ จนกินอาหารมื้อเย็น เวลาที่เหลืออยู่นอกนั้นจะหมดไปด้วยการพูดคุย และเล่นการพนัน พวกภรรยาไปไถนา ไปซื้อขายของในเมือง
17. ชาวสยามไม่เหมาะที่จะเรียนวิชาอย่างคร่ำเคร่ง วิชาต่าง ๆ ที่สอนกันในวิทยาลัยของเรานั้น เกือบจะไม่เป็นที่รู้จักกันในชาวสยาม
18. มิตรภาพของชาวสยามไว้ใจไม่ได้ วิธีทำสัตย์ว่าจะเป็นมิตรต่อกันตลอดปี ทำด้วยการดื่มเหล้าโรงในจอกเดียวกัน แต่ถ้าจะให้หนักแน่นก็จะต้องดื่มเลือดซึ่งกันและกัน แต่กระนั้นก็ยังไม่วายที่จะพยศกัน
19. การชำระความกว่าจะแล้วก็ช้ามาก ไม่ว่าคดีเรื่องใด ความจะแล้วได้ภายใน ๓ วัน แต่บางเรื่องถึง ๓ ปี ก็มี
Read more ...
ลาลูแบร์ ทูตฝรั่งเศสยุคพระนารายณ์บันทึกไว้ว่า
1. ชาวสยามพูดปดเก่ง" "มิตรภาพของชาวสยามไว้ใจไม่ได้" และ "ชาวสยามจะไม่ปฏิเสธการลักขโมยเลยเมื่อมีโอกาส"
2. บันทึกความดีของขุนนางสยามไว้ว่า "เมื่อครั้งพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทรงจัดให้คณะทูตสยามเดินทางไปมณฑลฟรานเดอร์ ขุนนางสยามผู้หนึ่ง ได้ฉกฉวยเอาเบี้ยในบ้านคณะทูตที่ได้รับเชิญไปในงานเลี้ยงอาหารค่ำไปประมาณ 20 อัน"
3. "การจำแนกราษฎรกับพระภิกษุสงฆ์เป็นแต่เพียงผิวเผิน เพราะจะบวชหรือจะสึกเมื่อใดก็ได้ "
4. "คนสยามได้ชื่อว่ามีเมตตาต่อสัตว์มาก ถึงขนาดลงมือช่วยเมื่อพบมันเจ็บป่วย แต่ยากนักที่จะให้เอื้อเฟื้อจุนเจือแก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน "
5. "คนสยามนั้นยอมขายความเป็นไทของตนเพื่อบริโภคทุเรียนก็ยังได้"
6. "เจ้าเมืองทั้งหลายดำเนินการค้าทุกหนแห่ง แต่ทำในนามทนายหน้าหอของตน"
7. "พระนักเทศน์นั้น ถ้าได้เทศน์บ่อยๆ ก็กลายเป็นคนร่ำรวยไปได้"
8. "ชาวสยามมีความยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณีเท่าๆกับความเกียจคร้าน" "ชาวสยามมีความอดกลั้นมากกว่าเราเพราะเกียจคร้านกว่า เขาจะยอมเคลื่อนไหวลงมือทำการงานก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นจริงๆ"
9. "ชาวสยามเป็นผู้มีนิสัยอ่อนโยน มีสัมมาคารวะ ใจเย็น แต่เมื่อความโกรธลุกโพลงขึ้นมาแล้วดูเหมือนจะมีความยับยั้งชั่งใจน้อยกว่าพวกเรา และแนวโน้มในการกล่าวเท็จจะทวีขึ้นในกมลสันดาน"
10. "ชาวสยามมีความพยาบาทรุนแรง ปกติชาวสยามรังเกียจการเลือดตกยางออก แต่เมื่อเกลียดชังใครอย่างหมายเอาชีวิตแล้วก็จะฆ่าหรือวางยาพิษให้ตาย"
11. "ขุนนางสยามหวงลูกสาวเท่ากับหวงภรรยา ถ้าลูกสาวคนใดทำชั่ว ผู้เป็นพ่อก็จะขายลูกสาวให้แก่ชายผู้หนึ่งซึ่งมีความชอบธรรมที่จะเกณฑ์ให้ผู้หญิงที่ตนซื้อมาเป็นหญิงแพศยาหาเงินได้โดยชายผู้นั้นต้องเสียภาษี กล่าวกันว่าชายผู้นี้มีหญิงโสเภณีอยู่ในปกครองถึง 600 คน ล้วนเป็นลูกขุนนาง"
12. "คนพื้นเมืองชาวสยามนั้นฉิบหายป่นปี้แล้วด้วยภาษีอากร และการเข้าเดือนรับราชการ จึงไม่สามารถที่จะทำการค้าที่ใหญ่โตได้"
13. "สติปัญญาอันฉับไวของชาวสยาม น่าจะเหมาะมากในการเรียนวิชาคำนวณยิ่งกว่าศาสตร์ชนิดอื่นๆ ถ้าเขาไม่เบื่อเร็วนัก" "ชาวสยามไม่มีความรู้ในวิชาเรขาคณิตเลย และไม่รู้ในวิชากลศาสตร์ วิชาดาราศาสตร์ก็ใช้ในเชิงพยากรณ์ได้เท่านั้น"
14. "ชาวสยามเป็นโรคหลายชนิดที่อาการแปลก เชื่อกันว่าเนื่องจากถูกเวทย์มนตร์คุณไสย" และ"ชาวสยามเชื่อว่ายังมีศาสตร์แห่งการพยากรณ์ เชื่อว่าอาถรรพเวทย์เสกเป่าให้คนไข้หายจากโรคภัยไข้เจ็บได้"
15. "ชาวสยามรักการเล่นการพนันมากจนฉิบหายขายตนหรือไม่ก็ขายบุตรธิดาของตน"
16. การใช้ชีวิตตามปกติของชาวสยาม ชายชาวสยามรักลูกเมียมาก ในระหว่างที่พวกผู้ชายถูกเกณฑ์ไปเข้าเวรยาม มีกำหนดหกเดือนนั้นในทุกปีนั้น เป็นภาระของภรรยา มารดา และธิดา เป็นผู้
หาอาหารไปส่งให้ และเมื่อพ้นเกณฑ์แล้วกลับมาอยู่บ้าน ผู้ชายส่วนมากก็ไม่ทำงานอะไรเป็นล่ำเป็นสัน ชีวิตตามปกติของชาวสยามเป็นไปด้วยความเกียจคร้าน ไม่เที่ยวล่าสัตว์ ได้แต่นั่งเอนหลัง กิน เล่น สูบบุหรี่ แล้วก็นอนไปวัน ๆ ภรรยาจะปลุกให้เขาตื่นประมาณเจ็ดโมงเช้า เอาอาหารมาให้กิน เสร็จแล้วก็นอนใหม่ พอเที่ยงก็ลุกมากินอีก แล้วเอนหลังใหม่ จนกินอาหารมื้อเย็น เวลาที่เหลืออยู่นอกนั้นจะหมดไปด้วยการพูดคุย และเล่นการพนัน พวกภรรยาไปไถนา ไปซื้อขายของในเมือง
17. ชาวสยามไม่เหมาะที่จะเรียนวิชาอย่างคร่ำเคร่ง วิชาต่าง ๆ ที่สอนกันในวิทยาลัยของเรานั้น เกือบจะไม่เป็นที่รู้จักกันในชาวสยาม
18. มิตรภาพของชาวสยามไว้ใจไม่ได้ วิธีทำสัตย์ว่าจะเป็นมิตรต่อกันตลอดปี ทำด้วยการดื่มเหล้าโรงในจอกเดียวกัน แต่ถ้าจะให้หนักแน่นก็จะต้องดื่มเลือดซึ่งกันและกัน แต่กระนั้นก็ยังไม่วายที่จะพยศกัน
19. การชำระความกว่าจะแล้วก็ช้ามาก ไม่ว่าคดีเรื่องใด ความจะแล้วได้ภายใน ๓ วัน แต่บางเรื่องถึง ๓ ปี ก็มี


