แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นักบริหาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นักบริหาร แสดงบทความทั้งหมด

ความเรียบง่าย

18 เม.ย. 2556
โดย http://www.blacksheep.co.th/article/simplicity/ เมื่อ 23 ก.พ.2556

ผมมีความเห็นว่าสังคมไทยเป็นสังคมที่เต็มไปด้วยพิธีกรรมและกระบวนการในการทำงานที่สลับซับซ้อนที่บั่นทอนประสิทธิภาพของงาน และเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิต

คำว่าพิธีกรรมคืออะไร

พิธีกรรมคือประเพณีปฏิบัติที่ทำตาม​ๆกันจนกลายเป็นสิ่งที่ต้องทำ ใครที่ทำแตกต่างจากนี้ก็จะกลายเป็นคนประหลาด ผมมีความเห็นว่าพิธีกรรมคือสิ่งที่ทำให้เกิดความย้วย เกินพอดี กว่าจะลงมือทำอะไรสักอย่างต้องรำมวย รำอยู่นั่นแหละ

พูดถึงเรื่องพิธีกรรมขอยกตัวอย่างสักสองตัวอย่าง

หนึ่งพวกเราเคยไปร่วมงานประกาศรางวัลในบ้านเราไหมครับ รูปแบบของงานจะมีการเชิญคนเป็นจำนวนมากมายมาพูด และเนื้อหามีแต่น้ำ มีสาระอยู่นิดเดียว หลังจากนั้นพิธีกรต้องกล่าวขอบคุณคนเหล่านั้นและผู้สนับสนุนรายการ กว่าจะเข้าถึงตัวรายการ ใช้เวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง และตอนท้ายพิธีกรจะพูดแบบบินวน ใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าจะลงจอด แล้วปิดงานได้

ในทางตรงกันข้าม พวกเราเคยสังเกตุพิธีประกาศรางวัล Oscar ซึึ่งเป็นงานระดับโลก วิธีในการดำเนินรายการสั้น กระชับ ได้ใจความ ใครที่ขึ้นมาพูดบนเวทีมีบทพูดที่ชัดเจน พวกเขาไม่พูดด้วยการเริ่มต้นจากสนามหลวง ส่วนคนที่ขึ้นมารับรางวัล พวกเขาเตรียมเนื้อหามาก่อนว่าจะพูดอะไร เป็นการพูดที่ไม่กินเวลา และบางครั้งเป็นการพูดที่กินใจคนดู ตอนจบงาน ก็จะจบง่าย ๆ ไม่ต้องบินวน

อีกตัวอย่างหนึ่งทุกวันนี้เวลามีองค์กรไหนเชิญผมไปบรรยาย จะมีพิธีกรรมอย่างหนึ่งที่ผมบอกว่าไม่ต้องทำคือการส่งจดหมายเชิญเพื่อเป็นการเชิญอย่างเป็นทางการ ความเห็นของผมคือในเมื่อนัดหมายกันแล้ว ทำไมต้องเปลืองกระดาษหนึ่งแผ่น ทำไมต้องเสียเวลาพิมพ์ และเสียเวลาเซ็นต์ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นจะเกิดประโยชน์มากกว่า

เรื่องกระบวนการในการทำงานที่สลับซับช้อนก็เป็นเรื่องที่ผมไม่เคยเข้าใจว่าทำไปแล้วจะได้อะไร

เมื่อห้าปีที่แล้ว ผมเปิดบริษัทแกะดำทำธุรกิจแล้วต้องไปเปิดบัญชีออมทรัพย์กับบัญชีกระแสรายวันกับธนาคาร ทราบไหมครับว่าผมต้องเตรียมเอกสารมากมายขนาดไหน และกว่าจะเปิดบัญชีได้ ผมต้องเซ็นต์เอกสารเป็นจำนวนมาก ใช้เวลาไปทั้งหมดครึ่งชั่วโมง ผมถามพนักงานธนาคารว่าทำไมถึงต้องมีกระบวนการที่ยุ่งยากขนาดนี้

สาเหตุที่ผมถาม เพราะนี่ผมเอาเงินมาให้คุณ ผมไม่ได้มากู้เงินจากธนาคาร การฝากเงิน ผมควรจะ เซ็นต์ชื่อเพียงชื่อเดียวก็พอ ส่วนเอกสารที่ประกอบการเปิดบัญชีน่าจะใช้เท่าที่จำเป็น

แต่นี่กระบวนการกลับมีความสลับซับช้อน แม้แต่พนักงานธนาคารยังตอบผมไม่ได้เลยว่าทำไมมันถึงยุ่งยากขนาดนี้

ทุกวันนี้ผมใช้ชีวิตอยู่บนหลักการง่าย ๆ บนคำว่า “ความเรียบง่าย”

ผมมีความเชื่อว่า ความเรียบง่ายทำให้ทุกอย่างในชีวิตดำเนินด้วยความรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

ความเรียบง่ายคือการตัดทิ้งสิ่งรุงรัง น้ำไม่เอา เอาแต่เนื้อ ขึ้นเวทีก็ชกเลย ไม่ต้องรำมวยให้เสียเวลา

ความเรียบง่ายคือการตรงประเด็น และมีความเป็นธรรมชาติ

ผมชอบคำพูดเกี่ยวกับเรื่องความเรียบง่ายของคนสองคน

คนที่หนึ่งคือขงจื้อที่พูดว่า “Life is very simple, but we insist on making it complicated”

โดยเนื้อแท้แล้วชีวิตคือความเรียบง่าย แต่ผู้คนกลับทำให้ชีวิตมีความสลับซับซ้อน

คนที่สองคือ Jack Welch อดีตหมายเลขหนึ่งของบริษัท GE ที่นำบริษัทนี้ไปสู่ความยิ่งใหญ่ เขาพูดว่า “Only self-confident people can be simple”

คนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงคือคนที่สามารถดำรงชีวิตบนความเรียบง่าย

ผมขอยกตัวอย่างเรื่องความเรียบง่ายจากชีวิตจริงของผม ผมมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งที่คบกันมาตั้งแต่เรียนหนังสือในมหาวิทยาลัย เป็นเพื่อนผู้หญิงชี่อเล่นว่าเล้ง คบกันมากว่าสี่สิบปี

และทุกวันนี้ผมชอบชวนเพื่อนคนนี้ไปกินข้าว เพราะความที่พวกเราเป็นพวกชอบชิม

ทุกครั้งที่ผมชวน เธอจะมีแค่สองคำตอบ “ไป” กับ “ไม่ไป และที่ไม่ไปเพราะอะไร”

นี่คือความเรียบง่าย ทำให้ผมชวนเพื่อนคนนี้ไปทานข้าวอยู่เนือง​ๆ

ไม่ทราบท่านผู้อ่านเคยชวนเพื่อนบางคนไปทานข้าว แทนที่เขาจะให้คำตอบ

เขากลับตั้งคำถามว่า “วันนี้ชวนไปทานข้าวเนื่องในโอกาสอะไร ไปทานกันกี่คน ทานที่ไหน ทานเสร็จแล้วจะทำอะไรต่อหรือเปล่า”

ด้วยคำถามอย่างนี้จะทำให้เราสงสัยว่า นี่เราชวนเขาไปทานข้าว ไม่ได้ชวนไปประชุม ทำไมถึงต้องมีคำถามยาวเหยียดอย่างนี้

ความเรียบง่ายคือความสุข ลองทำดูซิครับ
Read more ...

เคล็ดลับ 7 ข้อในการทำธุรกิจของ สตีฟ จ็อบส์

9 ต.ค. 2554
โดยเส้นทางเศรษฐี เมื่อ 1 ต.ค.2554

คงไม่ต้องอรรถาธิบาย ให้เสียเวลาว่าใครคือ "สตีฟ จ็อบส์" แม้แต่เด็กเล็กๆ ยังรู้จัก ถ้าถามว่าใครคือนายกรัฐมนตรีของไทย เด็กๆ อาจจะคิดนาน แต่ถ้าถามว่าใครคือเจ้าของบริษัทแอปเปิ้ล ผู้ผลิตไอโฟน แทบไม่ต้องคิดให้เสียเวลา

ทั้งนี้ เพราะสินค้าของเขาไม่ว่า ไอพอด ไอแพด ไอโฟน ทั้งหลายเป็นที่รู้จักทั่วโลก มียอดขายมากกว่างบประมาณของรัฐบาลไทยเสียอีก

หากเทียบกันระหว่าง "บิลล์ เกตส์" เจ้าของไมโครซอฟท์ที่เคยติดอันดับร่ำรวยอันดับ 1 ของโลกมาแล้ว กับ "สตีฟ จ็อบส์" ใครเก่งกว่าใครคงตอบยาก ทั้งคู่โดดเด่นคนละด้าน

แต่ที่รู้ๆ "สตีฟ จ็อบส์" นั้นป๊อปปูล่าร์มากกว่า เพราะนอกจากจะเก่งเรื่องคิด แล้วยังเก่งเรื่องการทำธุรกิจ การบริหารจัดการ ที่สำคัญ มีความเป็นศิลปินสูงมาก เราจะเห็นว่า ทุกครั้งที่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมา สตีฟ จ็อบส์ จะเป็นคนพรีเซ้นต์แนะนำสินค้าเอง ด้วยบุคลิกที่โดดเด่น แต่งกายเป็นเอกลักษณ์ และมีเสน่ห์ในการนำเสนอ จึงได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั่วโลก

จึงอยากนำเสนอหลักคิดในการทำงานของเขาว่าเป็นอย่างไร ทำไมเขาจึงประสบความสำเร็จ อย่างน้อยเพื่อให้ผู้อ่านที่มีกิจการอยู่แล้วเอาไปปรับใช้กับการทำธุรกิจของท่าน

อย่าลืมว่า กว่าแอปเปิ้ลจะเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกทุกวันนี้ก็เริ่มจากธุรกิจเล็กๆ มาก่อน โดยสตีฟ จ็อบส์ ใช้หอพักในมหาวิทยาลัยเป็นโรงงาน เช่นเดียวกับบิลล์ เกตส์ ที่ใช้โรงรถประกอบคอมพิวเตอร์

จะเห็นว่าธุรกิจของเขานั้นเริ่มต้นจากธุรกิจเล็กๆ เรียกว่าไมโครบิสซิเนสเลยทีเดียว เล็กกว่าธุรกิจเอสเอ็มอีในบ้านเรา เล็กกว่าธุรกิจของท่านผู้อ่านเสียอีก

หลักคิดในการทำงานของสตีฟ จ็อบส์ ไม่เพียงแต่ใช้ประยุกต์ในการบริหารองค์กรเท่านั้น ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้อีกด้วย

หลัก 7 ข้อในการขับเคลื่อนธุรกิจของสตีฟ จ็อบส์ นำมาจากหนังสือชื่อ "กล้าคิดต่างอย่าง สตีฟ จ็อบส์" แปลและเรียบเรียงโดย ศรชัย จาติกวณิช ประสิทธิ์ชัย วีระยุทธวิไล ซึ่งน่าสนใจอย่างยิ่ง แต่ถ้าใครอยากอ่านฉบับเต็มไปหาซื้อได้ตามร้านขายหนังสือทั่วไป

หลักการ 7 ข้อในหนังสือเล่มนี้ จะบังคับให้คุณคิดอย่างแตกต่างในเรื่อง หน้าที่การงาน บริษัท ลูกค้า และสินค้าของคุณ หลักการทั้งหมดเรียงลำดับดังนี้

หลักการที่ 1 

"ทำในสิ่งที่ใจรัก" หลักการนี้คงเป็นหลักการทั่วไปที่หลายคนอาจรับรู้มาแล้วจากประวัติบุคคลที่ประสบความสำเร็จล้วนต้องเริ่มจากทำในสิ่งที่ใจรักทั้งสิ้น

เฉกเช่นเดียวกับสตีฟ จ็อบส์ ที่เขาทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจของเขามาตลอดชีวิต และเขาบอกว่า มันทำให้เกิดความแตกต่าง

หากใครอยากประสบความสำเร็จในชีวิต ควรจะต้องเริ่มจากทำในสิ่งที่คุณรักเสียก่อน

หลักการที่ 2 

"เปลี่ยนแปลงโลก" สตีฟ จ็อบส์ ดึงดูดผู้ที่คิดเหมือนเขาเข้ามา ผู้ที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกัน และผู้ที่จะเปลี่ยนไอเดียที่เขามีให้กลายเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้ ความมีใจรักเป็นเชื้อเพลิงที่ส่งจรวดของแอปเปิ้ลทะยานขึ้นฟ้า โดยมีวิสัยทัศน์ของสตีฟ จ็อบส์ เป็นจุดหมาย

หลักการที่ 3 

"เขี่ยลูกเปิดเกมให้สมองทำงาน" 

นวัตกรรมจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าปราศจากความคิดสร้างสรรค์ สำหรับสตีฟ จ็อบส์ แล้วความคิดสร้างสรรค์ก็คือการเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน สตีฟ จ็อบส์ เชื่อว่า ประสบการณ์ที่กว้างไกลจะช่วยให้เราเข้าใจเรื่องราวของมนุษย์มากขึ้น

หลักการที่ 4 

"ขายฝัน ไม่ใช่สินค้า" 

สำหรับสตีฟ จ็อบส์ แล้วผู้ซื้อสินค้าแอปเปิ้ลไม่ใช่ "ลูกค้า" แต่เขาคือผู้มีความหวัง ความฝัน และใฝ่สูง สตีฟ จ็อบส์ สร้างสินค้าขึ้นมาเพื่อช่วยให้พวกเขาเหล่านี้บรรลุความฝันที่มี

หลักการที่ 5 

"บอกปฏิเสธกับ 1,000 สิ่ง"

ความเรียบง่ายคือความลึกล้ำสูงสุด นี่คือ คำบอกของสตีฟ จ็อบส์ ตั้งแต่การออกแบบไอพอด ไปจนถึงไอโฟน บรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าของแอปเปิ้ลไปจนถึงเว็บไซต์ของแอปเปิ้ล นวัตกรรมคือการขจัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป เพื่อเปิดช่องให้สิ่งจำเป็นได้พูดบ้าง

หลักการที่ 6 

"การสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมอย่างไม่บันยะบันยัง" 

สตีฟ จ็อบส์ ได้ทำให้ร้านค้าแอปเปิ้ล เป็นมาตรฐานทองของการให้บริการลูกค้า ร้านค้าแอปเปิ้ลเป็นร้านค้าปลีกที่ดีที่สุดในโลกด้วยนวัตกรรมง่ายๆ ที่ธุรกิจไหนๆ ก็นำไปสร้างสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับลูกค้าได้ทั้งนั้น

หลักการที่ 7 

"เก่งสื่อสาร"

สตีฟ จ็อบส์ เป็นนักเล่าตัวฉกาจระดับโลก ที่ยกระดับงานเปิดตัวสินค้าให้เป็นงานศิลปะ ถึงคุณจะมีไอเดียที่สร้างสรรค์สุดยอด แต่หากคุณไม่สามารถทำให้คนอื่นตื่นเต้นกับมันได้ งานนวัตกรรมของคุณก็ไร้ค่า

นี่คือ หลักคิดของสตีฟ จ็อบส์ ที่นำมาใช้กับการทำงานและการดำเนินชีวิตควบคู่กันอย่างได้ผลจนเป็นที่รู้จักทั่วโลก

ไมเคิล แองเจโล ได้เคยพูดไว้ว่า "อันตรายใหญ่หลวงของพวกเราไม่ใช่การใฝ่สูงแล้วไปไม่ถึง แต่คือการไม่ใฝ่สูงแล้วก็เป็นได้แค่นั้น" ไมเคิล แองเจโล และสตีฟ จ็อบส์ มองเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่สามารถมองเห็น ไมเคิล แองเจโล มองก้อนหินอ่อนแล้วเห็นเดวิด (ประติมากรรมหินอ่อนชื่อกระฉ่อนโลก) สตีฟ จ็อบส์ มองเห็นคอมพิวเตอร์แล้วมองเห็นเครื่องมือปลดปล่อยศักยภาพที่มีในตัวเรา

แล้วคุณล่ะ เห็นศักยภาพอะไรในตัวบ้าง ลองจินตนาการดูว่าคุณทำธุรกิจอะไรได้บ้าง จินตนาการว่าคุณสามารถก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้มากน้อยแค่ไหน ลองหาคำตอบดู

สักวันคุณอาจประสบความสำเร็จในธุรกิจเหมือนอย่างที่สตีฟ จ็อบส์ ทำสำเร็จมาแล้ว

จงรีบลงมือค้นหาตัวเองเดี๋ยวนี้
Read more ...

ทำอย่างไรให้เป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์

9 มี.ค. 2554
1. ลืมๆคำวิจารณ์ของคนอื่นซะบ้าง

2. ไม่จำเป็นต้องสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่จงเปลี่ยนแปลงโลกแม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆก็ตาม

3. ลงแรง ลงเวลา ความตั้งใจและมานะลงมือทำเป็นสิ่งเดียวที่แยกผู้ประสบความสำเร็จออกจากผู้ล้มเหลว

4. วางแผนลงรายละเอียดระยะยาวให้น้อยลง ลงมือทำให้มากขึ้น

5. จงเป็นเพื่อนสนิทกับความล้มเหลว

6. เชื่อเถอะว่าทุกคนเกิดมามีความคิดสร้างสรรค์อยู่ในตัวกันทุกคน

7. อย่าได้พยายามจะเป็นจุดเด่นในคนหมู่มาก แต่จงหลีกหนีการทำตัวเหมือนคนหมู่มากแทน

8. ถ้ารู้จักที่จะยอมรับความล้มเหลว คุณก็จะไม่เจ็บ

9. คิดถึงเงินและผลตอบแทนให้น้อยๆ ทำสิ่งที่ใจอยากทำให้มากๆ

10. จงเป็นมนุษย์เจ้าปัญหาและ ตั้งคำถามให้มากๆ
Read more ...

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget