Stephen R. Covey

22 ธ.ค. 2552



Dr. Stephen R. Covey ได้กล่าวไว้อย่างน่าฟังว่า การที่จะเป็นคนที่มีประสิทธิภาพสูงนั้นจะต้องมาจากนิสัยที่ปลูกลึกมาจากภายใ นไม่ใช่เป็นสิ่งที่สามารถมีขึ้นได้อย่างทันทีทันใด ถ้าจะเปรียบก็เหมือนกับ iceberg ที่ลอยมาในทะเล ส่วนของน้ำแข็งที่เรามองเห็นอยู่นิดเดียวนั้นจะต้องมีส่วนที่ใหญ่กว่าคอยพย ุงอยู่ คนที่เป็นคนมีประสิทธิภาพจะต้องเกิดมาจากนิสัยที่อยู่ภายในเหมือนน้ำแข็งใต ้น้ำที่คอยพยุงอยู่ นิสัยเป็นสิ่งที่เราจะต้องใช้เวลาปลูกฝังให้เกิดขึ้น และไม่ใช่ว่าจะสามารถจะให้เกิดได้ขึ้นทันทีทันใด

นิสัย คืออะไร? เมื่อเรามีหลักการเราจะต้องเรียนหลักการนั้นจนเข้าใจอย่างกระจ่างแจ้ง แล้วจะต้องจำให้มั่นไม่ให้ลืม หลักการนั้นก็จะกลายเป็นความรู้ (knowledge – what?, why?), สามารถนำไปใช้ให้คล่องแคล่วจนเกิดเป็นความเชี่ยวชาญ (skill - how?) และต่อมาก็ทำให้เกิดเป็นความต้องการที่จะอยากทำ (attitude – desire, want to) และเมื่อทั้งสามเข้ามาซ้อนกัน นั่นแหละคือนิสัยที่มีรากฐานอยู่อย่างหนาแน่น

คราวนี้เราลองมาดูว่านิสัยทั้งเจ็ดอย่างที่ Dr. Stephen R. Covey ได้เขียนไว้มีอะไรบ้าง

1. Be proactive คำภาษาอังกฤษที่ว่า proactivity นั้นอาจจะไม่อยู่ในพจนานุกรมเพราะเป็นคำที่ค่อนข้างใหม่ หรือถ้าจะปรากฏอยู่ในพจนานุกรม ก็เป็นการอธิบายอย่างสั้นๆ ว่าเป็นการ active ล่วงหน้า แต่ proactivity นั้นมีความหมายลึกซึ้งกว่านั้นและต้องการคำอธิบายและตัวอย่าง ดังจะบรรยายให้ละเอียดต่อไป

2. Begin with the end in mind เป็นนิสัยที่สำคัญของผู้นำ ว่าจะต้องมั่นใจในหนทางที่จะไปสู่เป้าหมายอยู่เสมอ เพราะบางครั้งเราอาจจะหลงทางไปในความยุ่งเหยิงของการงานจนลืมเป้าหมายกันจนห มด

3. Put first things first เป็นนิสัยที่สำคัญของผู้บริหารที่จะต้องทำตามทางเดิน ที่ได้กำหนดไว้เพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายในเวลาที่น้อยที่สุด นิสัยนี้เป็นนิสัยของผู้บริหารที่จะต้องทำงานตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้เกิดป ระสิทธิภาพสูงสุด

4. Think win/win เป็นนิสัยที่ผู้มีประสิทธิภาพควรจะนำไปใช้ในทุกโอกาสเมื่อเกิดมีการขัดแย้งก ัน เราต้องเข้าใจด้วยว่า win/win ไม่ใช่การประนีประนอม ซึ่งในกรณีนั้นจะเป็นมี win/loose หรือ loose/win และเป็นสิ่งที่จะทำให้เกิดความไม่พอใจในฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ถ้าหากได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วหาวิธี win/win ไม่ได้ ควรจะตกลงโดย “no deal” จะเป็นทางออกมากกว่าประนีประนอม

5. Seek first to understand, then to be understood เป็นคุณสมบัติที่ศัลยแพทย์ควรมีอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการที่จะอธิบายกับคนไข้ คำพูดที่เราได้ยินอยู่เสมอก็คือ “ผมไม่เข้าใจลูกชายของผมเลย เขาไม่ยอมฟังผมพูด” เป็นตัวอย่างของคนทั่วไป คือจะให้เขาฟังเราอย่างเดียว แล้วเราจะเข้าใจเขาได้อย่างไร การที่เราเข้าใจผู้อื่นเสียก่อนจะเป็นคุณสมบัติที่อาจจะเรียกอีกอย่างหนึ่งไ ด้ว่า empathic mindset ซึ่งจะได้อธิบายและยกตัวอย่างให้เห็นในการบรรยายนี้ด้วย

6. Synergize เป็นการกระทำอีกอย่างหนึ่งที่ศัลยแพทย์ควรจะต้องนำมาใช้ เพราะศัลยแพทย์จะต้องเป็นผู้นำอยู่แล้วโดยลักษณะของอาชีพ การที่เรา synergize นั้นหมายถึงว่าเราทำให้หนึ่งบวกหนึ่งได้ผลบวกมากกว่าสอง หรือสองบวกสองได้ผลบวกมากกว่าสี่หลายเท่า ผมจะไม่บรรยายมากในเรื่องนี้เพราะศัลยแพทย์ทุกท่านคงจะทราบกันอยู่ดีแล้ว แต่จะขอกระซิบถามสักนิดเดียวว่า ครั้งสุดท้าย หลังจากที่ท่านได้ผ่าตัดเสร็จแล้ว และท่านได้ขอบคุณผู้ร่วมงานของท่าน ได้แก่วิสัญญีแพทย์ พยาบาลส่งเครื่องมือ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ทั้งหลายในห้องผ่าตัดนั้น เป็นเวลานานเท่าไรมาแล้ว

7. Sharpen the saw เป็นคุณสมบัติส่วนตัวที่จะขาดไม่ได้สำหรับศัลยแพทยัที่จะต้องทำให้เขา up-to-date ต่อวิชาการ และสามารถจะทำให้การรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนแปลงไปเพื่อจะได้ผลดีที่สุด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นล่าสุด

Recent Comments Widget